Posted by admin on April 7, 2012

สำนวน หมายถึง

 สำนวน หมายถึง

สำนวน หมายถึง กลุ่มของวลี คำหรือกลุ่มคำที่นำมาใช้ในความหมายที่แตกต่างไปจากความ
หมายเดิม ความหมายที่เกิดขึ้นมักจะเป็นความหมายในเชิงอุปมา หรือเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้ให้คติธรรม แต่จะเป็นความหมายที่กระชับและลึกซึ้ง เช่น สำนวนว่า เรื่องกล้วยๆ คำว่า กล้วยๆ ไม่ได้หมายถึงผลไม้แต่หมายถึง ง่ายๆ เรื่องไม่ยากเป็นเรื่องง่ายๆ สำนวนภาษไทยอาจจะประกอบคำตั้งแต่ 1 คำขี้นไปจึงถึงหลายคำหรือเป็นกลุ่ม

ตัวอย่างเช่น

ปากหวาน = พูดเพราะ

ลูกหม้อ = คนเก่าของสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง

หญ้าปากคอก = เรื่องง่ายๆที่คิดไม่ถึง

กงกรรมกงเกวียน = กรรมสนองกรรม

พกหินดีกว่าพกนุ่น = ใจคอหนักแน่นดีกว่าหูเบา

การใช้สำนวนไปประกอบการสื่อสารนั้น ผู้ใช้ต้องรู้ความหมายและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับเพศ
โอกาส และสถานการณ์ เช่น

เฒ่าหัวงู = มักจะใช้เปรียบเทียบ หมายถึงผู้ชายเท่านั้น

ไก่แก่แม่ปลาช่อน = มักใช้เปรียบเทียบกับผู้หญิงเท่านั้น

ขบเผาะ = มักใช้กับผู้หญิงเท่านั้นไม่ใช้กับผู้ชาย

คำพังเพย มีความหมายลึกซึ้งกว่าสำนวน ซึ่งจะหมาถึงถ้อยคำที่กล่าวขึ้นมาลอยๆเป็นกลางๆ
มีลักษณะติชมหรือแสดงความเห็นอยู่ในตัว มีความหมายเป็นคติสอนใจคำพังเพยเมื่อนำไปตีความแล้ว
สามารถนำไปใช้ประกอบการพูดหรือเขียนให้เหมาะสมกับเรื่องที่เราต้องการถ่ายทอดหรือสื่อความหมาย
ในการสื่อสาร เช่น

ชี้โพรงให้กระรอก = การแนะนำให้คนอื่นทำในทางไม่ดี

ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ = จะทำอะไรให้คิดถึงผู้ที่จะใช้สิ่งนั้น

รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง = คนทำผิดไม่ยอมรับผิดกลับไปโทษคนอื่น

นอกจากนี้ยังมีคำพังเพยอีกมากที่เราพบเห็นนำไปใช้อยู่เสมอ เช่น

กำแพงมีหูประตูมีช่อง เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

ทำนาบนหลังคน เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย

ฯลฯ

Posted by admin on April 7, 2012

ตัวอย่างสำนวนไทย

ตัวอย่างสำนวนไทย
1. สำนวนที่มีเสียงสัมผัส สำนวนเหล่านี้มักจะมีจำนวนคำเป็นจำนวนคู่ ตั้งแต่ 4 คำ
จนถึง 12 คำดังนี้

1.1 เรียง 4 คำ เช่น ข้าวแดงแกงร้อน คอขาดบาดตาย โง่เง่าเต่าตุ่น ฯลฯ

1.2 เรียง 6 คำ เช่น คดในข้องอในกระดูก ยุให้รำตำให้รั่ว นกมีหูหนูมีปีก ฯลฯ

1.3 เรียง 8 คำเช่น กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด เป็นต้น

1.4 เรียง10 คำ เช่น คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนสื่อ คบคนให้ดูหน้าซื้อผ้าให้ดูเนื้อ
ดักลอบต้องหมั่นกู้ เจ้าชูต้องหั่นเกี้ยว เป็นต้น

1.5 เรียง 12 คำ เช่น ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน มีเงินเขานับเป็นน้อง มีทอง
เขานับเป็นพี่ เล่นกับหมาหมาเลียปาก เล่นกับสากสากต่อยหัว

2. สำนวนที่ไม่มีเสียงสัมผัส สำนวนเหล่านี้มีมากมาย ส่วนมากมี่ตั้งแต่ 2 คำขึ้นไป จนถึง 8 คำ
เช่น

2.1 เรียง 2 คำ เช่น กันท่า แก้เผ็ด เข้าปิ้ง ตกหลุม ตายใจ ฯลฯ

2.2 เรียง 3 คำ กว้างขวางคอ เกลือเป็นหนอน คลุมถุงชน คว้าน้ำเหลว ฯลฯ

2.3 เรียง 4 คำ เช่น กิ่งทองใบหยก กิ้งก่าได้ทอง กินปูร้อนท้อง น้ำผึ้งหยดเดียว นอนตาย
ตาหลับ ข้าวใหม่ปลามัน เป็นต้น

2.4 เรียง 5 คำ เช่น ขนหน้าแข้งไม่ร่วง ตีงูให้หลังหัก จับปูใส่กระตัง ฯลฯ

2.5 เรียง 6 คำ เช่น กลืนไม่เข้าคายไม่ออก นิ้วไหนร้ายตัดนิ้วนั้น บ้านเมืองมีขื่อมีแป
พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

2.6 เรียง 7 คำ เช่น กินบนเรือนขี้รดหลังคา นกน้อยทำรังแต่พอตัว ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง ฯลฯ

Posted by admin on April 7, 2012

สำนวนไทย หมายถึง

 สำนวนไทย หมายถึง
สำนวนไทย หมายถึง ถ้อยคำที่เรียบเรียงไว้ตายตัว เนื่องจากใช้กันมาจนแพร่หลายอยู่ตัวแล้ว จะตัดทอนหรือสลับที่ไม่ได้ เช่น สำนวนว่า “เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน”หมายความว่าทำงานชนิดที่ได้เงิน
เล็กน้อยก็เอา ถ้าเราเปลี่ยนเป็น “เก็บเงินใต้ถุนบ้าน” ซึ่งไม่ใช่สำนวนที่ใช้กัน คนฟังอาจไม่เข้าใจหรือ
เข้าใจเป็นอย่างอื่น เช่น เก็บเงินฝังไว้ใต้ถุนบ้าน