Posted by admin on April 8, 2012

การเดินสายไฟฟ้า ทำอย่างไร

การเดินสายไฟฟ้า ทำอย่างไร
วิธีการเดินสายไฟฟ้า แบ่งออกได้ 2 แบบ คือแบบเดินบนผนังและแบบฝังในผนัง
6.1 การเดินสายไฟบนผนัง
การเดินสายไฟแบบนี้จะมองเห็นสายไฟ อาจทาให้ดูไม่เรียบร้อย ไม่สวยงาม หากช่างเดินสายไฟไม่เรียบตรง ยิ่งจะเสริมให้ดูไม่เรียบร้อยตกแต่งห้องให้ดูสวยงามยาก มีข้อดีที่ค่าใช้จ่ายถูกกว่าแบบฝังในผนัง สามารถตรวจสอบและซ่อมแซมได้ง่าย

ขั้นตอนที่ 1
กาหนดรูปแบบจุดตาแหน่งของปลั๊กที่ต้องการเพิ่มแ ละแนวการเดินสายไฟ ควรให้อยู่ในแนวเดิม
ของสายที ํ่เดินอยู่แล้ว ในกรณีที่มีสายแบบเดินลอยอยู่แล้ วให้ใช้แนวสายไฟเดิมก็ได้ แล้วค่อยแยกเข้าตา
แหน ํ่งที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 2
การเดินแนวใหม่ ควรเดินลากจากจุดต่อขึ้นบนเพดาน ก่อนแล้วจึงเดินลงตาแหน่งที่ต้องการวัด
ระยะจากข อบผนัง แล้วตีแนวสายไฟด้วยด้ายตีเส้น

ขั้นตอนที่ 3
ตอกตะปูเข็มขัดสายไฟตามแนวที่ตีเส้นเข้าที่ผนัง และแนวที่จะลงตาแหน่งที่ติดตั้งใหม่ด้วยโดยพับ
เข็มขัดทับหัวตะปูเพื่อจับขณะตอก

ขั้นตอนที่ 4
เว้นระยะห่างของเข็มขัดรัดสายไฟประมาณ 10-15ซม. ใ นส่วนโค้งหรือหักมุมของเพดานให้ตอก
เข็มขัดถี่ประมาณช่องละ1-2 ซม. เพื่อที่จะรัดสายไฟให้แนบสนิท กับผนังไม่โก่งงอ

ขั้นตอนที่ 5
ติดตั้ง เต้าเสียบที่ตาแหน่งใหม่ เจาะยึดตัวบล็ อคด้วยสว่านไฟฟ้าและขันด้วยสกรู ยึดให้แน่นหากเ
ป็นผนังไม้ควรหาโดรงไม้ทาบในผนังก่อนเพื่อความแ ข็งแรง

ขั้นตอนที่ 6
เดินสายไฟในแนวตอกเข็มขัดไว้และรัดสายไฟเข้ากับ เข็มขัดให้แน่น ต่อสายใส่เข้ากับเต้าเสียบ
ใหม่ใ ห้เรียบร้อยประกอบเข้าบล็อค

ขั้นตอนที่ 7
ปิดเมนสวิทช์ก่อนเช็คดูว่าไม่มีไฟเข้าปลั๊กที่จะต่อพ่วง โดยใช้ไขควงเช็คไฟเช็คดูว่าไม่มีแสงไฟใ
นด้ามไขควง แล้วจึงทาการพ่วงสายไฟเข้ากับปลั๊กเ ดิม และทดลองเปิดสวิทช์แล้วใช้ไขควงเช็คไฟที่ปลั๊กจุด
ใหม่

6.2 การเดินแบบฝังในผนัง

การเดินแบบฝังในผนังเป็นการเดินสายไฟโดยร้อยสายผ่านท่อสายไฟซึ่งฝังในผนังอาคาร ทาให้ดู
เรียบร้อยและตกแต่งห้องได้ง่ายเพราะมองไม่เห็นสายไฟจากภายนอก การเดินท่อร้อยสายต้องทาควบคู่ไปพร้อม
การก่อ-
ฉาบ ไม่ควรประหยัดหรือปล่อยให้มีการลักไก่โดยการเดินสายไฟแบบฝังในผนังโดยไม่ร้อยใส่ท่อร้อย
สายไฟ เพราะหากเกิดไฟรั่วอาจเกิดอุบัติเหตุกับผู้อาศัยเมื่อไปสัมผัสกาแพง การติดตั้งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบ
เดินสายบนผนัง การติดตั้งมีความยุ่งยากและซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงและซ่อมแซมภายหลังจากที่ได้ติดตั้งไป
แล้วทาได้ยากและเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าแบบแรกมาก

การเดินสายไฟมักจะใช้วิธีเดินสาย ลอยตามผนังอาคาร ขณะที่การเดินท่อน้าจะเดินท่อลอยตาม
ขอบพื้นและขอบผนังเมื่อใช้งานไป หากเกิดการชารุดเสียหายขึ้นการตรวจสอบและการซ่อมแซมก็สามารถ
ทาได้ไม่ยาก แต่ในปัจจุบันบ้านเรือนสมัยใหม่ มีความพิถีพิถัน ในด้านความสวยงามมากขึ้น การเดินสายไฟ
มักจะใช้วิธีเดินสายร้อยท่อ ซึ่งฝังอยู่ภายในผนัง หรือเหนือเพดานขณะที่การเดินท่อน้า จะใช้วิธีเดินท่อฝัง
อยู่ภายในผนัง หรือใต้พื้น เพื่อซ่อนความรกรุงรัง ของสายไฟ และท่อน้าเอาไว้ การเดินสายไฟและท่อน้า
แบบฝังนี้แม้จะเพิ่มความสวยงาม และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ให้แก่ตัวบ้าน แต่ก็มีข้อเสียแฝงอยู่ เพราะ
ถ้าเกิดปัญหาไฟช็อต ไฟรั่ว หรือท่อน้ารั่ว ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจาก การใช้วัสดุที่ด้อยคุณภาพ การติดตั้งอย่าง
ผิดวิธี หรือการชารุดเสียหายอันเนื่องมาจากการใช้งานก็ตาม การตรวจสอบ หรือการซ่อมแซมย่อมทาได้

ลำบาก อาจถึงขั้นต้องทา การรื้อฝ้าเพดานรื้อกาแพงหรือพื้นที่บางส่วนเพื่อทาการตรวจสอบและ แก้ไข
ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทาให้เกิด ความเสียหายต่อตัวบ้าน เสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายสูงในการวางระบบไฟฟ้า
วิธีหลีกเลี่ยงปัญหาข้างต้นอย่างง่ายๆวิธีหนึ่งก็คือการเลือกเดินสายไฟแบบลอย ซึ่งอาจจะดูไม่เรียบร้อยนัก
และเหมาะสาหรับ อาคารบ้านเรือนขนาดเล็กเท่านั้น แต่สาหรับผู้ที่ต้องการความประณีตสวยงามหรือบ้าน
ขนาดใหญ่ที่มีการเดินสายไฟ เป็นจานวนมาก การเดินสายไฟแบบฝัง ดูจะมีความเหมาะสมกว่า อย่างไรก็
ตาม ปัญหาต่างๆ ดังกล่าวอาจจะป้องกันหรือทาให้ ลดน้อยลงได้โดยการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ใช้วัสดุที่
ถูกต้อง และมีขนาดที่เหมาะสม รวมทั้งมีการติดตั้งอย่างถูกวิธีและมีระบบ แบบแผน

ข้อแนะนำในการออกแบบระบบวงจรไฟฟ้าภายใน
ระบบวงจรไฟฟ้าภายในบ้านควรแยกวงจรควบคุมพื้นที่ต่างๆ เป็นส่วนๆ เช่น แยกตามชั้นหรือแยก
ตามประเภทของการใช้ไฟฟ้า ทาให้ง่ายต่อการซ่อมแซมในกรณีไฟฟ้าขัดข้อง ห้องควรแยกไว้ตะหากเพราะ
หากต้องดับไฟในบ้าน เพื่อซ่อมแซมจะได้ไม่ต้องดับไฟห้องครัวที่มีตู้เย็นที่แช่อาหารไว้ อาหารจะได้ไม่เสีย